ทำไมเราต้องมาคุยเรื่อง GenerateBlocks 2.0 ตอนนี้
ช่วงหลังมานี้ ถ้าคุณเริ่มจับ WordPress แล้วลองใช้งาน Block Editor มาบ้าง อาจจะรู้สึกว่าเครื่องมือต่าง ๆ ที่ให้มาดูเหมือนจะยังขาด ๆ เกิน ๆ โดยเฉพาะถ้าอยากทำเว็บที่ ทั้งเร็ว ทั้งยืดหยุ่น ทั้งสวย และทำ SEO ได้ดีในยุค AI
หลายคนเลยหันมาใช้ปลั๊กอินเสริมอย่าง GenerateBlocks ซึ่งตอนนี้อัปเดตใหม่เป็นเวอร์ชัน 2.0 แล้ว และมันไม่ใช่แค่อัปเกรดหน้าตาเฉย ๆ แต่คือการยกเครื่องครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนโครงสร้าง ตั้งหลักคิดใหม่หมด
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ GenerateBlocks 2.0 ในแบบที่คนทำเว็บต้องรู้ พร้อมวิเคราะห์แบบผู้เชี่ยวชาญสาย WordPress และ SEO โดยเฉพาะ
GenerateBlocks 2.0 คืออะไร และมันทำอะไรได้บ้าง
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า GenerateBlocks ไม่ใช่ปลั๊กอิน Page Builder แบบลากวางทั่วไป แต่มันคือ Block เสริมที่ทำให้ Block Editor กลายเป็นเครื่องมือที่ “ฉลาดขึ้น เบาขึ้น และยืดหยุ่นแบบ Dev ก็ชอบ Marketer ก็รัก”
ในเวอร์ชัน 2.0 นี้ ทีมพัฒนาได้ทำการยกเครื่องระบบ Style Builder ใหม่หมด โดยเปลี่ยนจากการกำหนดสไตล์แบบ Attribute มาเป็น การใช้ Object แบบ JSON ที่ยืดหยุ่นกว่า ทำให้สามารถ:
- ใส่ CSS ซับซ้อนได้ เช่น Media Query, Nested Selectors
- ปรับแต่ง Block ได้ละเอียดแบบที่ไม่เคยมีใน Block Editor มาก่อน
- ทำงานได้ทั้งระดับ Global และ Local Style โดยใช้โครงสร้างเดียวกัน
ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือ คุณสามารถตั้งค่ากริดซับซ้อน ขนาดฟอนต์ เงา สี หรืออะไรก็ตามผ่าน UI ได้เลย แล้วระบบจะ Output เป็นคลาส CSS ที่สะอาดและเบา
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ GenerateBlocks 2.0 แตกต่าง
1. ปรับสถาปัตยกรรม Block ใหม่ ลด Technical Debt
ทีมพัฒนาเล่าว่า ในเวอร์ชันก่อนหน้า พวกเขาต้องเขียน Block แบบเฉพาะตัวหลายตัวมาก ซึ่งดูเหมือนจะดี แต่ทำให้เกิดความซับซ้อนเยอะมากเวลาจะปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอะไร
ในเวอร์ชัน 2.0 นี้ พวกเขาเปลี่ยนมาใช้แนวคิด “Block เดียว ใช้ได้หลายแบบ” ผ่านระบบ Variation และระบบ Style Object ซึ่งลดจำนวน Block ที่ต้องดูแล แต่เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
2. Query Loop ที่ทรงพลังและเข้าใจง่าย
ถ้าเคยใช้ Query Loop ของ WordPress Core มาก่อน จะรู้ว่าจำกัดมาก แต่ของ GenerateBlocks 2.0 นั้นต่างออกไป:
- ตั้งค่าได้ละเอียด ครอบคลุมแทบทุก Argument ของ WP_Query
- รองรับ Post Meta, ACF Repeater และ Query ซ้อน
- รองรับ Instant Pagination แบบ AJAX ที่โหลดเร็วและเบา
- UI เข้าใจง่าย ใช้ได้ทั้ง Dev และคนที่ไม่เขียนโค้ดเลย
3. ทำงานเร็ว เบา และไม่ต้องพึ่ง JS เยอะ
ทีมงานตั้งเป้าหมายชัดว่า “อย่าให้เว็บช้าเพราะปลั๊กอินเรา” ดังนั้นพวกเขาเลือกที่จะไม่พึ่ง Interactivity API ของ Gutenberg ซึ่งแม้จะเป็นมาตรฐาน แต่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักไฟล์และความยืดหยุ่น
พวกเขาเลือกสร้างระบบ Pagination เอง ที่ใช้ JS ขนาดเล็กมาก และออกแบบให้ใช้ซ้ำได้กับ Query ทุกประเภท เป็นการ “Color outside the line” ที่ชาญฉลาดและน่าชื่นชม
มุมมองจาก WPMartech ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญกับคนทำเว็บ
1. WordPress Core ยังไม่พร้อมสำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพ
แม้ Gutenberg จะพัฒนาเร็ว แต่ยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น
- ไม่สามารถควบคุมความกว้างของ iframe preview ได้จริงจัง
- SlotFill UI ยังไม่เปิดให้ปรับระดับสูงพอสำหรับ Theme หรือ Plugin Customization
- REST API บางจุดให้ข้อมูลไม่ตรงกับ Frontend Object จริง
GenerateBlocks แก้ปัญหาเหล่านี้ได้แบบตรงจุด และไม่ต้องรอ Core อัปเดต
2. ถ้าคุณทำเว็บ SEO ในยุค 2024 การควบคุม Style สำคัญมาก
ไม่ใช่แค่เพื่อ UX หรือ Core Web Vitals เท่านั้น แต่เพื่อให้ Content เข้าใจง่ายสำหรับทั้ง AI และผู้ใช้ การมีระบบ CSS ที่ Output ได้แม่นยำ ช่วยให้เราควบคุมโครงสร้าง HTML + Styling ได้ครบถ้วน
3. เหมาะกับทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็น Dev สาย Custom หรือมือใหม่ที่อยากได้เว็บดี ๆ
ด้วยแนวคิด Class-first + UI-first ทำให้คนที่เขียน CSS เองก็ชอบ ส่วนคนที่ไม่ถนัดโค้ดก็ยังใช้งานได้เต็มที่ ไม่ต้องจำชื่อคลาสเอง แค่คลิกเลือกจาก UI ก็พอ
แนวทางที่เราแนะนำ หากคุณเริ่มต้นทำเว็บด้วย GenerateBlocks 2.0
- ถ้าคุณเป็นเจ้าของเว็บ อยากได้เว็บที่เร็ว SEO ดี UX เด่น เริ่มจากใช้ Theme อย่าง GeneratePress ร่วมกับ GenerateBlocks แล้วสร้างโครงสร้าง Layout เองแบบไม่ต้องใช้ Page Builder หนัก ๆ
- ถ้าคุณเป็น Dev หรือฟรีแลนซ์ ใช้ GenerateBlocks 2.0 ร่วมกับ ACF และ Filter จะช่วยให้คุณสร้าง Query Template, Block แบบ Dynamic ได้ง่ายขึ้น
- ถ้าคุณทำ SEO แนะนำให้ใช้ Block ของ GenerateBlocks แทน Block จาก Page Builder เพราะโครงสร้าง HTML จะสะอาดและเหมาะกับ AI มากกว่า
Checklist ใช้งาน GenerateBlocks ให้เวิร์กที่สุด
- ✅ ใช้ Container Block สร้าง Grid Layout แบบ Responsive
- ✅ ใช้ Headline + Button จาก GenerateBlocks ที่มี Control มากกว่า Core
- ✅ ตั้งชื่อ Class ด้วยตัวเองถ้าคุณต้องการควบคุม Style แบบละเอียด
- ✅ ใช้ Global Styles สำหรับการควบคุมโทนทั้งเว็บแบบ DRY
- ❌ หลีกเลี่ยงการใช้ Block ซ้อนซ้ำ ๆ โดยไม่ตั้งชื่อ หรือไม่ใช้ Class จะทำให้จัดการยากภายหลัง
- ✅ ใช้ Query Loop ของ GenerateBlocks แทน Core เพื่อทำ Section แบบ Dynamic พร้อม Style
- ✅ ใช้ Font Library ของ GeneratePress Premium เพื่อควบคุมไฟล์ฟอนต์อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป ลองก่อนแล้วจะเข้าใจว่า WordPress ยังไปได้ไกลกว่าที่คิด
GenerateBlocks 2.0 ไม่ได้มาแทน Gutenberg แต่เหมือนเสริมปีกให้มันบินได้ไกลขึ้นอีกหลายระดับ ใครที่เคยมองว่า Block Editor ยังไม่พร้อม อาจต้องกลับมาทบทวนอีกครั้ง
สำหรับเจ้าของเว็บ นักพัฒนา หรือคนดูแล SEO นี่คือเครื่องมือที่ควรลอง ถ้าคุณอยากทำเว็บที่ทั้งคนดูชอบ และ AI ก็เข้าใจได้ง่าย
เริ่มเลยวันนี้ ลองติดตั้ง GenerateBlocks แล้วสร้าง Section แรกด้วยระบบ Global Style ดู แล้วคุณจะรู้ว่าความยืดหยุ่นแบบ Dev + UX แบบมืออาชีพ มันรวมกันได้จริง
ดูเพิ่มเติม https://youtu.be/3vYx245t3R4?si=jk7-NYnf0vbB8o3v
- WordPress จะไปทางไหนต่อ หลังสัมภาษณ์ Matt Mullenweg ที่ WordCamp Asia 2025 - มีนาคม 27, 2025
- Divi 5.0 เปิดศักราชใหม่ของเว็บ WordPress ด้วย AI และ Design System ที่พร้อมลุย SEO ยุคใหม่ - มีนาคม 23, 2025
- WordPress 6.8 มีอะไรใหม่ ทำไมคนทำเว็บถึงไม่ควรพลาด - มีนาคม 23, 2025