WordPress 2024: ความจริงที่ต้องรู้เรื่องความปลอดภัย และแนวทางใหม่ที่คนทำเว็บควรเริ่มต้นทันที

อ่านจบใน 1 นาที

ปลอดภัยจริงไหม? ใช้ปลั๊กอินเยอะเสี่ยงหรือเปล่า? อัปเดตแล้วก็ยังโดนแฮก? ถ้าเคยมีคำถามเหล่านี้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกแบบไม่อ้อมค้อม พร้อมแนวทางที่คนดูแลเว็บ WordPress ยุคใหม่ต้องรู้!

ทำไม “ความปลอดภัย” ของ WordPress ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ในปี 2024

แค่ปีเดียว มีช่องโหว่ความปลอดภัยใหม่ในระบบนิเวศ WordPress มากถึง 7,966 จุด หรือเฉลี่ย 22 ช่องโหว่/วัน โดย:

  • 96% อยู่ในปลั๊กอิน
  • 4% อยู่ในธีม
  • มีเพียง 7 จุด เท่านั้นที่อยู่ใน Core WordPress และยังไม่ใช่ระดับวิกฤต

นั่นแปลว่า… ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ WordPress เอง แต่คือสิ่งที่เรา “ติดตั้งเพิ่ม” ต่างหาก

และข่าวร้ายคือ แม้จะใช้ปลั๊กอินยอดนิยม ติดตั้งมากกว่า 1 แสนเว็บ ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป


ปลั๊กอินยอดนิยม = เป้าหมายอันโอชะ

จากข้อมูล Patchstack:

  • 1,018 ช่องโหว่ มาจากปลั๊กอินที่มีคนใช้มากกว่า 100,000 เว็บ
  • LiteSpeed Cache ถูกพบช่องโหว่ระดับสูง 5 จุด และมีการจ่ายเงินรางวัลสูงสุดในประวัติศาสตร์ ($16,400) สำหรับการแจ้งช่องโหว่

ทำไมปลั๊กอินยอดนิยมถึงกลายเป็นปัญหา?

  1. ทีมเล็ก ไม่มีฝ่าย Security จริงจัง
  2. ติดตั้งเยอะ = เป้าหมายใหญ่ของแฮกเกอร์
  3. ไม่อัปเดตเร็วพอ หรือบางครั้ง ถูกละเลย เพราะเป็นของฟรี

ช่องโหว่ส่วนใหญ่ ใช้ “สิทธิ์ผู้ใช้” ไม่ได้ก็ยังแฮกได้!

  • 43% ของช่องโหว่ทั้งหมด “ไม่ต้องล็อกอินก็เจาะได้”
  • ประเภทที่พบมากที่สุดคือ XSS (Cross-Site Scripting) และ SQL Injection
  • Malware สมัยนี้รู้ทัน Plugin Security Scanner และสามารถ ลบตัวตรวจจับออกเองได้

อย่าคิดว่าติดตั้ง Wordfence แล้วจะปลอดภัย 100% เพราะ 14% ของเว็บที่ถูกแฮก มี Wordfence ติดอยู่แล้ว และโดนแฮกเกอร์แก้ไฟล์ให้เงียบสนิท


มุมมองของ WPMartech: ปัญหาจริงของ WordPress Security ไม่ใช่แค่เรื่อง “อัปเดต”

“สิ่งที่เราพบในหลายเคส คือ เจ้าของเว็บคิดว่าอัปเดตแล้วจบ แต่ในความจริง แค่การอัปเดตไม่พอ ถ้าคุณยังไม่ได้คิดเรื่อง ‘Vulnerability Management’ อย่างจริงจัง”

4 ปัญหาหลักที่เราพบจากลูกค้า

  1. ใช้ปลั๊กอินที่ถูกลบออกจาก WordPress.org เพราะไม่รู้ว่า “มันไม่มีคนดูแลแล้ว”
  2. ปิด Auto-update เพราะกลัวเว็บพัง แล้วลืมอัปเดตเอง
  3. ไม่เคยตรวจสอบ Log หรือพฤติกรรมแปลกๆ ในระบบหลังบ้าน
  4. ใช้ Shared Hosting ที่ไม่มี Security Layer ระดับลึก (Application Firewall แบบเข้าใจ WordPress จริงๆ)

แนวทางที่แนะนำสำหรับคนทำเว็บยุคใหม่ (2024+)

1. เปลี่ยน Mindset: WordPress คือ Application ที่ต้องดูแลแบบ DevOps

  • อย่าใช้แนวคิด “ทำเว็บเสร็จแล้วปล่อยทิ้ง”
  • ต้องมีระบบ Monitor / Logging / Patch Management

2. ใช้ปลั๊กอินอย่างรู้เท่าทัน

  • ตรวจสอบปลั๊กอินที่ไม่มีการอัปเดตเกิน 6 เดือน
  • หลีกเลี่ยงปลั๊กอินที่หายจาก WordPress.org แบบไม่มีสาเหตุ
  • ใช้ Patchstack หรือบริการแจ้งเตือนช่องโหว่รายวัน

3. มองหา Hosting ที่มีระบบ Security ระดับ Application Layer

  • Web Application Firewall ที่รู้ว่าเราติดตั้งปลั๊กอินไหนอยู่ และอุดรูรั่วเฉพาะจุด
  • มี Virtual Patch อัตโนมัติ (เหมือน Antivirus ที่อัปเดต Signature แบบ Realtime)

4. จัดการสิทธิ์ผู้ใช้อย่างรอบคอบ

  • ใช้ 2FA (Two-Factor Authentication)
  • ปิด user register ถ้าไม่จำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ user “admin” หรือ password เดาง่าย

5. ใช้ AI อย่างเข้าใจ ไม่ใช่แค่ให้มันเขียนโค้ดแล้วปล่อยลง Production ทันที

  • AI Code Generation อาจเขียน Plugin ที่มีช่องโหว่โดยที่ผู้เขียนไม่รู้ตัว
  • ตรวจสอบโค้ด AI-generated ผ่าน Dev ที่เข้าใจ Security

สรุป: ความปลอดภัยไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่มันคือวัฒนธรรม

การดูแล WordPress ให้ปลอดภัยในปี 2024 ไม่ใช่แค่ติดตั้ง Plugin Security แล้วจบ แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดของทั้งทีม เช่นเดียวกับแนวทาง DevSecOps ที่พัฒนาและรักษาความปลอดภัยไปพร้อมกัน

แนะนำให้เริ่มจาก “1 เรื่อง” ง่ายๆ วันนี้ เช่น ลองเช็คสิว่า ปลั๊กอินที่เราใช้อยู่ มีตัวไหนหายไปจาก WordPress.org หรือไม่ได้อัปเดตมานานแล้วหรือเปล่า?

ถ้าคุณอยากให้ทีมของคุณเข้าใจ WordPress Security แบบไม่ใช่แค่ “กลัวโดนแฮก” แต่รู้ว่าควรทำอะไร อย่างมีระบบ — แชร์บทความนี้ให้ทีมอ่าน หรือ Bookmark ไว้เลย ✨

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://patchstack.com/whitepaper/state-of-wordpress-security-in-2025/

อาทิตย์ เอี่ยมปา
ติดตาม